japan-business-manager-visa-pr-rules
เปิดเอกสารทางการจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น ในหัวข้อ 在留資格「経営・管理」に係る上陸基準省令等の改正について (การแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยเกณฑ์การขึ้นบกสำหรับสถานภาพการพำนัก “บริหารธุรกิจ”) แล้ว บรรดาเอเจนซี่ต่างประเทศที่ชอบขายฝันหลอกเม่า รวมถึงชนชั้นกลางที่นั่งเทียนฝันหวานทั่วอินเทอร์เน็ต น่าจะหน้าชาไปตามๆ กัน
เกณฑ์ทุนจดทะเบียนของวีซ่าบริหารธุรกิจ (Business Manager) ถูกดีดจาก 5 ล้านเยน พุ่งพรวดไปที่ 30 ล้านเยนแบบ 6 เท่าเต็มๆ แถมยังบังคับจ้างพนักงานประจำท้องถิ่นอย่างน้อย 1 คน ตัวผู้ยื่นหรือพนักงานต้องมีทักษะภาษาญี่ปุ่นระดับ B2/N2 ขึ้นไป หรือไม่ก็ต้องมีปริญญาโท/เอกด้านบริหาร หรือมีประสบการณ์บริหารมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี แผนธุรกิจต้องผ่านการรับรองจากผู้ ภาษี (Zeirishi) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือที่ปรึกษาธุรกิจ SME ห้ามใช้บ้านพักอาศัยเป็นออฟฟิศเด็ดขาด (ตกม้าตายตั้งแต่หน้าแรกเป็นหลักการ) ส่วนวีซ่าพาร์ทเนอร์ก็คูณทุนและพนักงานเพิ่มตามจำนวนหัวไปเลยสิคะ
พวกมือใหม่เห็นทรงนี้แล้วคงคิดว่า “จบเห่ ประตูล็อกตายสนิท” แต่สำหรับคนที่คำนวณตัวเลขเป็น เขารู้ไส้รู้พุงกันดีว่านี่ไม่ใช่การขันน็อตให้แน่น แต่มันคือการที่ “ทางการกำลังกวาดขยะออกจากระบบเพื่อคนมีเงิน” คัดเอาพวกเก็งกำไรที่จ้องจะมาเกาะสวัสดิการญี่ปุ่นกินออกไปให้หมด
หลายปีที่ผ่านมา ตลาดญี่ปุ่นเต็มไปด้วยพวกผู้เล่นสายเทา ควักเงิน 5 ล้านเยนตั้งบริษัทเปลือกหอย เช่าออฟฟิศทิพย์แปะป้าย ไม่มีธุรกิจจริง ไม่ซื้อทรัพย์สินแก่นสาร จุดประสงค์คือเพื่อย้ายร่างมาญี่ปุ่นแล้วสิทธิประโยชน์ทางสาธารณสุขกับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรล้วนๆ แก๊งนี้แหละที่ทำเอาเครดิตของนิติบุคคลต่างชาติในญี่ปุ่นเหม็นเน่า จนธนาคารปกติเวลาตรวจเครดิตเปิดบัญชีให้ชาวต่างชาติทีคือผวาเหมือนเจอผี
มาตรการใหม่ 30 ล้านเยนของ ตม. พูดง่ายๆ ก็คือ การเตะพวกนักเก็งกำไรรายย่อยที่จ้องจะมาเปิดร้านขาดทุนแล้วเกาะวีซ่ากินบุญเก่ากระเด็นออกไปให้หมด พอพวกบริษัทเปลือกหอยหลักหมื่นหลักแสนแห่งถูกล้างบางออกไป นิติบุคคลในประเทศที่เหลือรอดอยู่ย่อมมีเครดิตและมูลค่าสูงขึ้นโดยปริยาย
หลายคนตื่นตระหนกเพราะไม่เข้าใจขอบเขตพื้นฐานของระบบกฎหมาย civil law สมัยใหม่ กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Control Act) เขาคุมแค่เรื่อง “การเดินทางเข้าประเทศและการพำนักระยะยาวของบุคคลธรรมดา” ส่วนกฎหมายบริษัท (Companies Act) และประมวลกฎหมายแพ่ง คุมเรื่อง “สิทธิในทรัพย์สิน เสรีภาพในการลงทุน และสัญญาของนิติบุคคลภายในประเทศ” สกฎหมายสองชุดนี้แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิงในเชิงตรรกะรากฐาน
ต่อให้กฎกระทรวงเกณฑ์การขึ้นบกของ ตม. จะโหดหินแค่ไหน สิ่งที่มันคุมก็มีแค่ “ใครจะได้บัตรพำนัก (Zairyu Card)” เท่านั้น มันไม่มีอำนาจและไม่มีทางไปแก้กฎหมายบริษัทเกี่ยวกับการตั้งนิติบุคคลและการจัดการทุนได้หรอก นักลงทุนต่างชาติยังคงไปสำนักงานกฎหมาย (Homokyoku) จ่ายเงินไม่กี่หมื่นเยนเพื่อตั้งบริษัท Godo Kaisha (GK) ถือหุ้น 100% ได้ โดยใช้ทุนจดทะเบียนเริ่มต้นตามกฎหมายแค่ 1 เยน ไม่ต้องมีออฟฟิศ ไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องสอบ N2
ในทางกฎหมาย นิติบุคคลนี้คือบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับสิทธิประโยชน์ระดับพลเมืองญี่ปุ่น 100% เต็ม มันสามารถเดินหน้าไปซื้อที่ดินกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) และอพาร์ตเมนต์ใจกลางโตเกียวเพื่อกินค่าเช่า ใช้ประโยชน์จากการคิดค่าเสื่อมราคาเร่งด่วน 4 ปี และมีกำแพงไฟร์วอลล์ปกป้องทรัพย์สิน โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นมาตรา 29 ทุกประการ
ตม. ยกเพดานการย้ายถิ่นฐานแบบตัวเป็นๆ ให้สูงเสียดฟ้า แต่กลับช่วยปลดล็อกความลังเลเรื่อง “ต้องไปญี่ปุ่นเพื่อเปิดร้านทำธุรกิจจริงไหม” ให้กับเงินกุ๊กกู๋ที่ฉลาดเป็นกรด ผลักดันให้เงินทุนวิ่งตรงสู่รูปแบบการบริหารจัดการสินทรัพย์บนคลาวด์ที่เบาสุดๆ ไปเลย
แผนการของขุนนางญี่ปุ่นคือการใช้ไม้แข็ง 30 ล้านเยนและการจ้างคนท้องถิ่น มาบีบให้ผู้ประกอบทั่วโลกต้องไปเปิดกิจการ เลี้ยงดูพนักงาน และกอบกู้เศรษฐกิจท้องถิ่น แต่สำหรับใครก็ตามที่อ่านงบดุลเป็น ย่อมรู้ดีว่าการทำธุรกิจหน้าร้านในญี่ปุ่นท่ามกลางตลาดที่หดตัว กฎหมายแรงงานที่โหดเหี้ยมสุดขีด และอัตราเงินสมทบประกันสังคมที่สูงลิ่ว มันก็คือการเป็นเบี้ยล่างให้แรงงานทาสและเจ้าของตึกสูบเลือดสูบเนื้อจนตายไปข้าง
แต่นโยบายใหม่นี้กลับบีบให้เกิด “เส้นทางที่มีความแน่นอนสูงสุด” ขึ้นมา:
- เฟสแรก: ตัวยังอยู่ต่างประเทศ หาเงินดอลลาร์หรือเงินเดือนสูงๆ ต่อไป ปล่อยให้ GK ในโตเกียวรันระบบแบบต้นทุนต่ำสุดๆ รับค่าเช่าอสังหาฯ ใต้ชื่อตัวเองแบบออโต้ทุกเดือน ฟาดสิทธิประโยชน์คิดค่าเสื่อมบ้านไม้เร่งด่วน 4 ปีเต็มๆ แบบไม่แตะต้องธุรกิจหน้าร้านจริงจัง และไม่ต้องจ่ายหนี้ประกันสังคมส่วนเกินให้สังคมญี่ปุ่นเลยแม้แต่เยนเดียว
- เฟสที่สอง: กฎใหม่กำหนดว่าต้องมีประสบการณ์บริหารธุรกิจ 3 ปี ซึ่งการไปซื้อบริษัทเปลือกหอยเก่าสำเร็จรูปจะไม่สามารถสืบทอด Timestamp ระยะเวลาการเป็นกรรมการได้ แต่ถ้าเราปั้น GK ของตัวเองขึ้นมาตั้งแต่ Day 1 สมุดทะเบียนของสำนักงานกฎหมายและเอกสารภาษีจากสำนักงานภาษีจะสะสม “วาระการเป็น CEO ตัวจริงเสียงจริงครบ 3 ปี” ไว้ให้อย่างมั่นคงและไม่มีวันสั่นคลอน
- เฟสที่สาม: ในอนาคตถ้าย้ายไปอยู่ตอนเกษียณจริงๆ ค่อยเพิ่มทุนจากต่างประเทศให้ถึง 30 ล้านเยน แล้วดึงเงินบางส่วนออกมาซื้อห้องชุด (1Room) กรรมสิทธิ์สมบูรณ์สักห้องเพื่อใช้เป็นออฟฟิศตามกฎหมาย เงินไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนจากเงินสดในบัญชีมาเป็นอสิมทรัพย์ใจกลางเมือง แล้วกดปุ่มเดียวเปิดใช้งานสถานภาพการบริหารธุรกิจได้ทันทีแบบเนียนๆ
พวกที่โดนกฎหมายนี้สบัดตูดใส่จนกลัวหัวหด จะได้แต่บ่นเพ้อเจ้อเรื่องโชคชะตาฟ้าดินในโลกออนไลน์ต่อไป แต่สำหรับคนที่คิดเลขเป็น เขาอ่านเกมขาดตั้งแต่ต้นจนจบ กำแพงสูงตระหง่านที่ ตม. สร้างขึ้นนั้น แท้จริงแล้วเป็นแค่การกันพวกที่ไม่มีปัญญาบริหารจัดการสินทรัพย์ออกไป พร้อมกับปูพรมแดงกวาดสิ่งรบกวนทั้งหมดออกจากลู่แข่งให้กับ “เจ้าของทรัพย์สินตัวจริง” ต่างหาก
ไม่ต้องไปเหนื่อยกับการทำธุรกิจหน้าร้านอะไรทั้งนั้น ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างนิติบุคคลภายในประเทศ ล็อกที่ดินตัวท็อปและกระแสเงินสดเยนไว้ที่โตเกียว การปรับนโยบายครั้งนี้คือ “ของขวัญชิ้นโบว์แดง” ที่มีความแน่นอนสูงสุด ซึ่งมอบให้แก่เม็ดเงินที่ตื่นตัวทั่วโลกต่างหากล่ะ!
แปลโดย AI หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ โปรดอ้างอิงจากต้นฉบับภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ