ข้ามไปยังเนื้อหา

เช็คลิสต์จับไต๋เอเจนซี่อสังหาฯ ญี่ปุ่น: เลิกจ่ายค่าโง่หลักแสนให้กับบริการฟรีที่รัฐบาลจัดให้

ต้นทุนที่แพงที่สุดในการจัดพอร์ตสินทรัพย์ข้ามชาติ ไม่ใช่ภาษีตามกฎหมายหรอกครับ แต่คือ “ค่าโง่” ที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเพราะกำแพงภาษาและความอสมมาตรของข้อมูลต่างหาก

ในตลาดบริการข้ามชาติ เอเจนซี่จำนวนมากชอบเอาขั้นตอนทางราชการที่โปร่งใส เปิดเผย และมีหน่วยงานรัฐซัพพอร์ตให้อยู่แล้วแบบ 100% มาย้อมแมวขายเป็น “แพ็กเกจตั้งรกรากสำหรับชาวต่างชาติสุดเอ็กซ์คลูซีฟ” ในราคา $3,000 ถึง $5,000 ทั้งที่จริง ๆ แล้ว กฎหมายแม่บทและโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่นเขาทำให้กระบวนการพวกนี้เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดแล้ว การเคลียร์ช่องทางทางการให้ชัดเจนและรู้ทันต้นทุนจริง ๆ นี่แหละคือเกราะป้องกันภัยทางการเงินด่านแรกที่นักลงทุนทุกคนต้องมี


“กฎหมายญี่ปุ่นเข้มงวดมาก ชาวต่างชาติที่ไม่มีสถานะพำนัก (Visa) ไม่มีทางตั้งนิติบุคคลในญี่ปุ่นได้เด็ดขาด ต้องให้ทีมกฎหมายต่างชาติที่เราเอ็กซ์คลูซีฟเท่านั้นจัดการให้ ค่าบริการเริ่มต้น $4,000!”

อิงตามพระราชบัญญัติบริษัท (Companies Act) และกฎการจดทะเบียนพาณิชย์ของสำนักงานกิจการศาล (Legal Affairs Bureau) ชาวต่างชาติที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น (Non-resident) สามารถเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้แทนแต่เพียงผู้เดียวในการจัดตั้งบริษัทประเภท Godo Kaisha (คล้าย LLC) ได้อย่างถูกกฎหมาย

สำนักงานกิจการศาลเขาตรวจแค่เอกสารตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ไม่ได้สนใจสัญชาติหรือวีซ่าของคุณ ชาวต่างชาติแค่ไปทำหนังสือรับรองลายมือชื่อ (Signature Notarization) ที่ถูกกฎหมายในประเทศบ้านเกิดเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตน ก็สามารถตั้งบริษัทได้แบบชิล ๆ แล้ว

ถ้าเลือกจะบินไปลุยเอง แค่ถือวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นก็พุ่งตัวไปที่เคาน์เตอร์บริการฟรีของรัฐบาล ณ เขตยุทธศาสตร์แห่งชาติโตเกียวได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จเพื่อการเริ่มธุรกิจในโตเกียว (TOSBEC) หรือ ศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจโตเกียว (BDC TOKYO)

ณ ที่ทำการ TOSBEC ย่านอะกะซากะ จะมีเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียน, นักเขียนปกครอง (Administrative Scriveners - Gyoseishoshi), นักบัญชีภาษีอากร (Certified Public Tax Accountants) และที่ปรึกษาธุรกิจ SME ประจำการอยู่พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจเอกสาร และรับเรื่องจัดตั้งบริษัทให้แบบ 0 เยน (ฟรีถ้วนหน้า)

ถ้าวางแผนจะทำแบบรีโมทล้วน ๆ จากนอกประเทศ ก็ไม่ต้องไปจ่ายค่าโง่ให้เอเจนซี่หลายพันดอลลาร์ครับ แค่เข้าไปสืบรายชื่อใน ทำเนียบผู้ให้บริการพหุภาษาอย่างเป็นทางการของสำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น (FSA) ที่นั่นมีสำนักงานนักเขียนปกครองและตุลาการศาล (Judicial Scriveners) ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเกือบพันแห่งทั่วญี่ปุ่นลงทะเบียนไว้หมดแล้ว

ลองจ้างงานแบบรายชิ้นผ่านอีเมลภาษาอังกฤษมาตรฐาน ค่าจ้างที่แฟร์ ๆ สำหรับการจ้างสำนักงานทนายความท้องถิ่นที่มีใบอนุญาตมาเดินเรื่องเอกสารให้ จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 ถึง 80,000 เยนเท่านั้น (ราว 350 ถึง 550 ดอลลาร์สหรัฐ) แปลว่าเงิน $4,000 ที่เอเจนซี่เรียกเก็บ กว่า 80% คือการฟันกำไรบนความไม่รู้ของคุณเน้น ๆ


“การแจ้งยื่นภาษี 4 รายการหลังเปิดบริษัท การสมัครกองทุนบำเหน็จบำนาญ (Kosei Nenkin) และการทำแผนธุรกิจเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ถือเป็นงานกฎหมายลับสุดยอด ต้องบวกเพิ่มรายการละ 30,000 ถึง 50,000 เยน”

การยื่นแจ้งเปิดกิจการกับสำนักงานภาษี (Tax Office) รวมถึงการลงทะเบียนภาษีแห่งชาติและภาษีท้องถิ่น ตามกฎหมายแล้วถือเป็นบริการสาธารณะที่ ฟรี 100%

ทันทีที่ตั้งบริษัทเสร็จ ก็แค่ยื่น “หนังสือแจ้งการจัดตั้งนิติบุคคล” (Notification of Incorporation) และ “คำขออนุมัติการยื่นภาษีแบบ Aoiro Shin申 (Blue Return)” ผ่านระบบ e-Tax ของสำนักงานภาษีแห่งชาติ หรือเดินไปยื่นที่สำนักงานภาษีท้องถิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งหน่วยงานรัฐไม่เคยเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น หรือถ้าแวะไปที่ TOSBEC เจ้าหน้าที่สรรพากรประจำบูธก็จะช่วยแนะนำวิธีกรอกและประทับตรารับเรื่องให้ฟรี ณ ตรงนั้นเลย

ส่วนบริษัท Godo Kaisha ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อซื้ออสังหาฯ ปล่อยเช่าแบบรีโมทล้วน ๆ ตราบใดที่คุณตั้งเงินเดือนกรรมการ (Representative Director) ไว้ที่ 0 เยน ตามกฎแล้วก็ไม่ต้องเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญและสมาคมประกันสุขภาพแต่อย่างใด ดังนั้น ค่าบริการวิ่งเต้นเรื่องบำเหน็จบำนาญจึงเป็นสิ่งที่เอเจนซี่กุขึ้นมาล้วน ๆ

ส่วนเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ เช่น GMO Aozora Net Bank หรือ SMTB Net Bank เขามีระบบคัดกรองแบบออนไลน์ 100% ระบบบริหารความเสี่ยงของธนาคารจะตรวจแค่ความถูกต้องของวัตถุประสงค์บริษัทในหนังสือรับรอง (Todokede Jidori), สำเนาทะเบียนบริษัท และแผนธุรกิจภาษาญี่ปุ่นที่เป็นมาตรฐาน ไม่มีโทรศัพท์หา ไม่มีการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ “ช่องทางสายเส้นพิเศษกับธนาคาร” ที่เอเจนซี่ชอบโม้ จึงไม่มีผลอะไรเลยต่อหน้าอัลกอริทึมคัดกรองความเสี่ยง


“การซื้อบ้านในญี่ปุ่นต้องพ่วงกับลิสต์บ้านลับเอ็กซ์คลูซีฟและบริการบริหารจัดการทรัพย์สินของทางเราเท่านั้น พร้อมันันต์การันตีผลตอบแทนสุทธิ 6% ไม่เช่นนั้นผู้ซื้อต่างชาติจะไม่สามารถปิดดีลจากต่างประเทศได้”

ตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นใช้ระบบเครือข่ายกลางที่เรียกว่า REINS ซึ่งบ้านมือสองที่ได้มาตรฐานทุกหลังจะเปิดเผยต่อเอเจนซี่ที่มีใบอนุญาต (Zakkens) แบบ 100% ใครที่มาอ้างว่ามี “บ้านเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับต่างชาติโดยเฉพาะ” 90% คือการเอาห้องมีตำหนิที่ตลาดญี่ปุ่นเขาไม่เอาแล้วมาย้อมแมวขายพ่วงบวกราคาเพิ่มทั้งนั้น

สัญญาการันตีค่าเช่า (Master Lease) แท้จริงแล้วคือกลลุ่มของบริษัทบริหารช่วง ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมายของ “พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินและอาคาร” (Act on Land and Building Leases) ที่เอียงเข้าข้างผู้เช่า เพื่อมาตัดสิทธิ์รับเงินค่าเช่าและสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาได้ตามใจชอบของผู้ซื้อ

การซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอแค่มีเอเจนซี่มีใบอนุญาตเจ้าไหนก็ได้ออก “เอกสารชี้แจงข้อมูลสำคัญ” (Important Matters Explanation) พร้อมวิดีโออธิบายตามกฎหมาย จากนั้นโอนเงินเข้าบัญชีทรัสต์ (Escrow Account) ของตุลาการศาลเพื่อโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนทรัพย์สิน ก็เป็นอันจบพิธี

ส่วนการบริหารจัดการตึกต่อ ก็แค่ดีลตรงกับบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินท้องถิ่นที่เป็นมืออาชีพ ค่าบริหารจัดการก็โปร่งใสแฟร์ ๆ (แค่ 3% ถึง 5% ของค่าเช่า) แถมยังมีกฎบังคับให้ผู้เช่าต้องทำสัญญากับบริษัทค้ำประกันท้องถิ่น (Guarantee Company) เพื่อให้สบันสนุนความเสี่ยงเรื่องหนี้สูญและค้างค่าเช่าโดยสถาบันการเงินทันที โดยไม่ต้องง้อเอเจนซี่ต่างชาติหน้าไหนมาเป็นคนกลางค่าน้ำร้อนน้ำชาเลยสักนิด


สำหรับสายที่ชอบความเนี๊ยบและเน้นความไว วิธีที่สมาร์ทและหรูหราที่สุด คือการเปลี่ยนการเปิดบริษัทให้กลายเป็นทริปเที่ยวโตเกียวสั้น ๆ สักทริป:

  1. เตรียมตัวก่อนบิน: ไปที่สำนักงานโนตารี (Notary Public) ในประเทศบ้านเกิดเพื่อทำหนังสือรับรองลายมือชื่อ 2 ชุด, สั่งชุดตราประทับไม้ 3 ชิ้นราคา 5,000 เยน บน Amazon Japan, และกดเช่าสำนักงานเสมือน (Virtual Office) ย่านมินาโตะออนไลน์ในราคาเดือนละ 2,000 เยน
  2. แลนดิ้งอะกะซากะ: จองโรงแรมใจกลางเมืองย่านอะกะซากะหรือรปปงหงิ เดิน่อง่องไปยังตึกสำนักงาน TOSBEC (ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จเพื่อการเริ่มธุรกิจโตเกียว) ที่ตั้งอยู่ใจกลางอะกะซากะ
  3. เคลียร์คัทหน้างาน: ให้นักเขียนปกครองและเจ้าหน้าที่ศาลประจำศูนย์ช่วยเหลือตรวจทาน articles of incorporation (ข้อบังคับบริษัท) ชำระภาษีทะเบียน (Registration and License Tax) 60,000 เยนด้วยบัตรเครดิต และยื่นคำขอจัดตั้งบริษัท
  4. ปิดจ็อบแล้วไปชิล: เดินตัวปลิวออกจากตึก เวลาที่เหลือเอาไปกินเนื้อวากิวระดับท็อปที่อะกะซากะ เดินช้อปปิ้งดูนิทรรศการศิลปะที่กินซ่า มาโตเกียวรอบนี้ รอบเดียวได้ทั้งบริษัทในประเทศพัฒนาแล้วกลุ่ม G7 แบบถูกกฎหมาย 100% และไม่มีเอเจนซี่หน้าไหนมาสูบเงินส่วนต่างแม้แต่เยนเดียว!

ถ้าเจอสัญญาณเตือนเหล่านี้เมื่อไหร่ ให้ตัดจบการเจรจาแล้วดึงเงินสดกลับทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ:

  • ปฏิเสธที่จะแจกแจงใบเสร็จค่าธรรมเนียม: เอเจนซี่เอาค่าภาษีทะเบียนกรมบังคับคดี 60,000 เยน ไปยำรวมกับค่าบริการตัวเอง แล้วทำเนียนไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินภาษีตัวจริงจากทางการให้ดู
  • บังคับพ่วงสัญญาการันตีค่าเช่า: บังคับให้ผู้ซื้อเซ็นสัญญาเช่าช่วงระยะยาวแบบยกเลิกไม่ได้ หรือสัญญาการันตีเงินคืนแบบฟิกซ์เรต
  • กีดกันไม่ให้เข้าถึงทำเนียบทางการ: อ้างว่า “ตุลาการศาลและนักบัญชีภาษีอากรท้องถิ่นไม่รับงานชาวต่างชาติ” เพื่อสกัดไม่ให้ผู้ซื้อเช็กข้อมูลจากทำเนียบพหุภาษาของ FSA ด้วยตัวเอง
  • เอาเรื่องวีซ่ามาผูกมัดแบบหลอกลวง: อ้างว่า “ซื้อบ้านปุ๊บ แถมหรือการันตีวีซ่าบริหารธุรกิจปั๊บ” เพื่อจงใจเบลอเส้นแบ่งทางกฎหมายระหว่างสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. บริษัท กับการพิจารณาตรวจคนเข้าเมืองของ ตม. ญี่ปุ่น
แปลโดย AI หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ โปรดอ้างอิงจากต้นฉบับภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ